คอมพิวเตอร์ก็เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างมากเลยทีเดียว

Working on computer

หากพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยีนั้นแน่นอนว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่เราไม่ควรมองข้ามเราควรที่จะใส่ใจกันให้มากเลยเพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้นั้นเป็นสิ่งที่เราคาดมุถึงว่าจะมีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากขึ้นในทุกๆวันบอกได้เลยว่าอย่างคอมพิวเตอร์เมื่อก่อนก็จะมีทุกอย่างมาพร้อมไม่ต้องแยกชิ้นส่วน

โน๊ตบุ๊คก็เช่นกันเป็นคอมพิวเตอร์ที่พกพาได้แต่ก็มีทุกอย่างครบครันแม้กระทั่งช่องใส่ซีดีแต่ในตอนนี้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากเลยทำให้ของทุกอย่างนั้นแพงมากยิ่งขึ้นยิ่งแพงมากก็ยิ่งเป็นผลเสียต่อตัวเราเองเพราะรายจ่ายที่เราจะต้องมีมากขึ้นนั้นไม่ค่อยสัมพันธ์กับรายรับของเราเท่าไหร่

คอมพิวเตอร์ในสมัยนี้จะมีความพิเศษที่หลากหลายอย่างมากเลยทีเดียวเพราะว่าหลายๆคนนั้นต้องการที่จะให้คอมพิวเตอร์นั้นสามารถที่จะใช้ทำงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นซึ่งบอกเลยว่าคอมพิวเตอร์นั้นในตอนนี้ทำแบบบางเฉียบแถมซีดีใส่ก็แยกต่างหากทำให้พกพาไปไหนได้สะดวก ไม่ใหญ่จนเกินไปและไม่เทอะทะการที่เรามีคอมพิวเตอร์นั้นก็ทำให้ทุกอย่างนั้นมีความสะดวกมากยิ่งขึ้นเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้นั้นจึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในการดำรงชีวิตของเราทุกคนเพื่อให้เราได้ใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น

หากเทียงจากคนรุ่นก่อนๆนั้นการที่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งนั้นกว่าที่จะได้มาช่างมีความยากเย็นเหลือเกินทุกอย่างจึงเป็นเรื่องที่เราควรที่จะคิดได้ไปไกลเลยว่าแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นมีการพัฒนาแน่นอนทุกๆอย่างไม่มีทางคงที่หรือไม่เปลี่ยนแปลง ใครๆก็อยากให้เรามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทุกๆคนก็อยากที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นด้วยกันทั้งนั้นเราต้องเลือกทำอะไรที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้เรามีความเก่งอาจจะคิดอะไรออกและสามารถที่จะนำสิ่งที่เราคิดนั้นมาพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่เก่งมากยิ่งขึ้นไปอีกก็ได้เช่นกัน

คอมพิวเตอร์ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมมามากรุ่นแล้วซึ่งในตอนนี้มีการพัฒนาที่ดีกว่าเดิมคือมีขนาดเล็กกว่าปกติเพื่อที่จะได้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกไม่ลำบากแต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันคือความแรงของตัวเครื่องก็จะไม่เท่าโน้ตบุ๊คแบบปกติซึ่งหลายๆอย่างนั้นเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าเราชอบอย่างไรแล้วเราอยากจะใช้อย่างไรแต่บอกเลยว่าคนส่วนมากก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเงินที่เสียไปนั่นคือเลือกที่มีความเร็วแรงกว่านั่นเอง

คอมพิวเตอร์มีประโยชน์กับมนุษย์อย่างไรบ้าง

Computer

คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์ในปัจจุบันมากถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากในแต่ละวันนั้นคนส่วนใหญ่หันมาประกอบธุรกิจออนไลน์กันมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้โลกของเราได้มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก คอมพิวเตอร์ถือเป็นเครื่องมือที่มนุษย์เราสามารถใช้ได้ครบครันเพื่อทุ่นแรงมนุษย์ได้มากมายมหาศาล  ซึ่งนับว่ามีประโยชน์เหนือคำบรรยายเลยทีเดียว และประโยชน์เหล่านั้นมีอะไรบ้างซึ่งเราได้แบ่งเป็นหัวข้อคร่าวๆ ดังต่อไปนี้คือ

1.    ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก ได้มากกว่าที่ความจำของมนุษย์สามารถทำได้ อีกทั้งยังมีการแบ่งแยกไฟล์ข้อมูลต่างๆ ให้เป็นระบบระเบียบให้ง่ายต่อการทำงานหรือการจัดหาข้อมูลเหล่านั้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ ซึ่งหากเก็บไว้เป็นเวลา 10 ปีถ้าคอมพิวเตอร์นั้นไม่พังหรือเสียก่อนนั้นข้อมูลเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิม โดยที่ไม่สูญหายหรือมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปทั้งสิ้น ซึ่งเป็นนับเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่มนุษย์เราสามารถคิดค้นและประดิษฐ์สิ่งเรานี้ขึ้นมาให้รุ่นลูกหลานได้ใช้กัน

2.    ช่วยในการออกแบบสรรค์สร้างสิ่งใหม่ได้ด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องไปจ้างโรงงานหรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ให้สิ้นเปลืองเงินทอง เนื่องจากในปัจจุบันนั้นในคอมพิวเตอร์ได้มีแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากมายเกิดขึ้น รวมทั้งเว็บไซต์ที่ให้เราสามารถเข้าไปคิดค้นประดิษฐ์หรือออกแบบโลโก้สัญลักษณ์ต่างๆ หรือกระทั่งหน้าร้านในการขายของสำหรับออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

3.    การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในคอมพิวเตอร์นั้นหากมีการติดอินเตอร์เน็ตแล้วเราก็เราสามารถใช้มันเพื่อติดต่อสื่อสารกับใครก็ตามที่อยู่บนโลกออนไลน์กับเราได้ด้วยวิธีที่ง่ายเพียงนิดเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากสำหรับคนที่อยู่ต่างประเทศหรือต่างทวีปกันนั้นสามารถคุยกันได้ สามารถมองเห็นหน้ากันได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เหล่านี้

4.    ช่วยในการหารายได้จากการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งหากมีการติดสัญญาณอินเตอร์เน็ตแล้วไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แม้กระทั่งการหาเงินเข้ากระเป๋านั้นซึ่งมีสื่อต่างๆ ให้เราเข้าไปเพื่อที่จะโพสต์ขายของหรือทำธุรกิจออนไลน์ได้ โดยที่เราไม่ต้องไปสิ้นเปลืองงบประมาณไปจ้างผ่านออกรายการทีวีเหมือนสมัยก่อน

5.    คอมพิวเตอร์ยังสามารถช่วยเราได้เรียนรู้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราสามารถค้นหาได้จากอินเตอร์เน็ตผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ สามารถดูวิดีโอการทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องเข้าห้องเรียน ถือเป็นความรู้นอกห้องเรียนที่นับว่ามีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของประโยชน์ที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ที่มากมายมหาศาลที่ช่วยเราทุ่นแรงได้มาก รวมทั้งทำให้โลกของเราได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดแบบก้าวกระโดด การติดต่อสื่อสารอย่างไร้พรมแดนแบบเห็นหน้ากันมากกว่าการพูดคุย อีกทั้งการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบออนไลน์อีกด้วย

 

อันตรายจากแสงจอคอมพิวเตอร์

ในหนึ่งวันสิ่งที่คุณเผชิญมากกว่าแสงแดดอาจจะเป็นแสงสีฟ้าที่ มีอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โทรทัศน์ แสงสีฟ้านี้สามารถทะลุทะลวงได้ถึงจอประสาทตา มีพลังทำลายกระจกตาหรือจอประสาทตาได้มากกว่าแสงสีอื่น  เป็นภัยเงียบที่ไม่อาจละเลยได้

แสงสีฟ้า  หรือ  บลูไลท์  ส่งผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเกิดอาการเสื่อมของเยื่อชั้นในดวงตาเลยทีเดียว  เราสามารถพบแสงสีฟ้าได้จากทุกแหล่งกำเนิดแสง การหลบเลี่ยงจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย

แสงสีฟ้าสามารถพบได้จากแหล่งพลังงานธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ การที่เรามองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้านั้นก็มีสาเหตุมาจากแสงจากดวงอาทิตย์เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศ  จากนั้นแสงคลื่นสั้นที่มีพลังงานสูงของแสงสีฟ้าก็เกิดการปะทะเข้ากับโมเลกุลของน้ำและอากาศจนกระจายออกเต็มท้องฟ้า เราจึงมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้านั่นเอง

ดวงตาของเรานั้นไม่มีความสามารถที่จะกรองแสงสีฟ้าออกได้หมด แสงสีฟ้าจึงมีผลกระทบต่อวัฎจักรการตื่นหรือการนอน เมื่อเรารับแสงสีฟ้าเข้าไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่างกายจะเริ่มปรับ วัฎจักรการนอน ส่งผลให้มีอาการนอนไม่หลับ ตื่นลำบาก จนรู้สึกว่าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ และอาจส่งผลกระทบกับงานหรือชีวิตประจำวันได้

แสงสีฟ้ายังเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก และเพิ่มโอกาสการเป็นโรคอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน รวมถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

อันตรายจากแสงจอคอมพิวเตอร์

มากไปกว่านั้นนี่อาจเป็นสาเหตุแห่ง ภาวะซึมเศร้า ซึ่งสืบเนื่องมาจากวัฏจักรการตื่นนอนที่เปลี่ยนแปลงไป การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นระยะเวลานานนั้นสามารถก่อให้เกิดภาวะเครียดและซึมเศร้า

แสงสีฟ้ามีผลโดยตรงต่อ เยื่อชั้นในดวงตาเสื่อม โดยการได้รับแสงสีฟ้าติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้

การป้องกันตนเองจากแสงสีฟ้านั้น โชคดีที่ เทคโนโลยีในปัจจุบันมีส่วนช่วยให้เรามีทางป้องกันแสงสีฟ้าได้มากขึ้น  การใช้เลนส์กันแสงสีฟ้าหรือก็คือแว่นที่ออกแบบเลนส์มาเป็นพิเศษจะช่วยให้ผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถกรองแสงสีฟ้าได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนั้นแล้วควรปรับพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดการรับแสงสีฟ้าที่มากไป โดยจำกัดเวลาในการใช้ให้ใช้เท่าที่จำเป็น และไม่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในที่มืด กรณีเด็กเล็กไม่ควรให้จ้องแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โทรทัศน์ เกินวันละ 30 นาที กรณีผู้ใหญ่ หากสามารถจำกัดการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ เหลือวันละ 4-6 ชั่วโมงจะเป็นการดี และควรพักสายตาอย่างน้อย 5 นาที ในทุกๆชั่วโมง